Ratchadamnoen Avenue
ราชดำเนิน อเวนิว

www.suan84.com

Wednesday, 19 December 2007

อย่าเอื้อมเด็ดดอกฟ้า มาถนอม

ณรงค์ฤทธิ์ ศรีรัตโนภาส
ผู้อำนวยการสำนักที่ปรึกษาร้อยชักสาม
roichaksaam@gmail.com

การเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคมที่จะถึงนี้ พรรคการเมืองตั้งแต่ลำดับสามลงมาซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล ถ้าไม่นับพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่สร้างตำนานการเมืองภายในพรรคที่พิลึกพิลั่นที่สุดเท่าที่เคยมีพรรคการเมืองในประเทศนี้มา พรรคที่มีสีสันและได้รับความสนอกสนใจจากคอการเมืองมากที่สุดเห็นจะได้แก่พรรคชาติไทยของคุณบรรหาร ศิลปอาชา


ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายถึงการออกมาวาดลวดลายหลายยกหลายฉากที่ผ่านมาของคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค ไม่ได้หมายถึงกรณีสะพานหักตกน้ำครำของคุณบรรหารกับคุณแบม จณิสตา และไม่ได้หมายถึงการลื่นไหลไปมาระหว่างการปราศรัยหาเสียงของคุณบรรหารที่เดี๋ยวจะร่วมมือกับอดีตพรรคร่วมฝ่ายค้าน เดี๋ยวจะร่วมมือกับพรรคพลังประชาชน

ความสนใจของคอการเมืองที่มีต่อพรรคชาติไทยอยู่ที่อยากรู้ว่า หลังวันที่ 23 ธันวาคมนี้ จุดยืนทางการเมืองของพรรคชาติไทย หรือพูดให้ถูกต้องคือของคุณบรรหารจะอยู่ที่ไหน?

ถ้าพรรคพลังประชาชนได้เสียงมากพอจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคชาติไทย ซึ่งอาจมีพรรคอื่นร่วมอีกหรือไม่ก็ตาม โดยมีข้อตกลงให้คุณบรรหารเป็นนายกรัฐมนตรี คุณบรรหารจะร่วมกับพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลไหม?

ตรงกันข้าม ถ้าในสถานการณ์เดียวกันนั้น พรรคประชาธิปัตย์กลับรวบรวมพรรคเล็กพรรคน้อยและสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ถ้าพรรคชาติไทยให้ความร่วมมือด้วยอีกพรรคหนึ่ง โดยมีคุณอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี พรรคชาติไทยของคุณบรรหารจะยอมร่วมรัฐบาลไหม? หรือจะขอเป็นนายกรัฐมนตรีเองโดยร่วมมือกับพรรคพลังประชาชน?

ข้อสมมุติดังกล่าวข้างต้น จนทุกวันไม่มีใครกล้าคาดเดาว่า คุณบรรหารจะตัดสินใจอย่างไร ค่าที่ผ่านมาคุณบรรหารมักมีจุดยืนไม่แจ่มชัด ในอดีตขณะเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้าน คุณบรรหารก็เคยนัดกินหูฉลามกับคุณทักษิณมาแล้ว หากย้อนอดีตกลับไปไกลขึ้นอีก พรรคชาติไทยของคุณบรรหารก็ได้ชื่อว่าเป็นพรรคที่พร้อมเสียบไม่แพ้ใคร คุณบรรหารเองถึงกับเคยโอดโอยถึงความอดอยากปากแห้งมาแล้วในยามที่ต้องตกเป็นฝ่ายค้าน ยิ่งเมื่อมีข่าวทำนองว่าพรรคพลังประชาชนกำลังมาแรง และมีข่าวทำนองว่าสังคมส่วนหนึ่งไม่สู้จะยอมรับพรรคนี้ และโดยเฉพาะไม่ยอมรับให้คุณสมัคร หัวหน้าพรรคขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ผู้คนจึงต่างหันสายตามาที่คุณบรรหารในฐานะผู้ที่น่าจะเหมาะสมที่สุดในการก้าวขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนคุณสมัคร

และถ้าร่วมมือกับพรรคพลังประชาชนแล้วได้เป็นนายกรัฐมตรี กับร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์แล้วไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มิหนำพรรคนี้ยังเคยขุดคุ้ยด่าทอไปถึงบรรพบุรุษแซ่เบ๊ของตนมาแล้วในยามที่ตนขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรก คิดถึงตรงนี้แล้วยิ่งท้าทายการตัดสินใจของคุณบรรหารยิ่งนัก! ยิ่งเมื่อนึกถึงตำนานการเมืองปี 2518 ที่ มรว.คึกฤทธิ์ นำสส.พรรคกิจสังคมไม่กี่คนก้าวขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีท่ามกลางการสนับสนุนของพรรคการเมืองใหญ่น้อยในสภาด้วยแล้ว ใครเล่าจักไม่เข้าใจความรู้สึกลึกๆ ของชายร่างสั้นผู้นี้!

คุณบรรหารนั้น เช่นเดียวกับคุณเสนาะและคุณสนั่น กล่าวคือเป็นนักการเมืองที่คร่ำหวอด จะทำถูกบ้างผิดบ้าง รุ่งบ้างไม่รุ่งบ้าง สังคมก็มีความรู้สึกว่าเป็นบุคลากรทางการเมืองที่มีความสำคัญ การเคลื่อนไหวไม่เคยไม่เป็นที่สนใจ ดังนั้น การตัดสินใจหลังวันที่ 23 ธันวาคมนี้ของคุณบรรหารย่อมเป็นที่สนใจอย่างมากของสังคม ยิ่งไปกว่านั้นเป็นการพิสูจน์จุดยืนครั้งสำคัญของคุณบรรหาร เพราะไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อเหตุการณ์ที่จะตามมาของประเทศชาติ ของพรรคชาติไทย รวมทั้งของลูกหลานคุณบรรหารเองหลังวันที่ 23 หากยังจะจารึกค่าความเป็นนักการเมืองของตัวคุณบรรหารเองในวัยที่คุณบรรหารอาจไม่มีโอกาสกลับมาแก้ไขสิ่งที่ตนได้ตัดสินใจในวันนี้

สุดท้าย หากวันนี้คุณบรรหารกำลังฝันถึงตำนานการเมืองปี 2518 คุณบรรหารก็ควรฝันให้จบถึงความยุ่งยากวุ่นวายที่มรว.คึกฤทธิ์ประสบหลังจากนั้น

และหากวันนี้อีกเช่นกัน ถ้าคุณบรรหารกำลังฝันถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในยามที่นำพรรคการเมืองเล็กๆ พรรคหนึ่ง คุณบรรหารก็ควรนึกถึงคำเตือนเก่าๆ ของคนโบราณที่ว่า


19 ธันวาคม 2550
(ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ “สยามรัฐ” ฉบับวันที่ 20 ธันวาคม 2550)



0 Comments:

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

Links to this post:

Create a Link

<< Home