Ratchadamnoen Avenue
ราชดำเนิน อเวนิว

www.suan84.com

Wednesday, 14 November 2007

การเมืองแตกแยก เราไม่แยกแตกกัน

ณรงค์ฤทธิ์ ศรีรัตโนภาส
ผู้อำนวยการสำนักที่ปรึกษาร้อยชักสาม
roichaksaam@gmail.com

ถ้าจะมีใครพูดว่า สังคมไทยไม่มีความแตกแยก ใครคนนั้นถ้าไม่โกหก ก็กำลังหลอกตัวเอง!

ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเผชิญความแตกแยกทางความคิดครั้งใหญ่ที่สุดนับจากการสิ้นสุดลงของสงครามแย่งชิงประชาชนระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกับรัฐบาลไทยเมื่อประมาณสองทศวรรษที่ผ่านมา

ความแตกแยกที่ว่านี้ หนึ่งที่เห็นชัดคือ ความแตกแยกที่เกี่ยวพันกับอุดมการทางศาสนาและภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏเป็นวิกฤติไฟใต้ซึ่งยังแก้ไม่ตกอยู่ในปัจจุบัน

อีกหนึ่งที่เห็นชัดไม่แพ้กันคือ ความแตกแยกทางการเมืองระหว่างกลุ่มอำนาจเก่าที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำกับกลุ่มอำนาจใหม่ที่มีพลพรรค คมช. กับพวกจารีตเป็นแกนนำ

การต่อสู้ที่นำมาซึ่งความแตกแยกครั้งใหญ่ในสังคมทุกวันนี้ได้ชักพาประชาชนจำนวนมาก อาจกล่าวได้ว่าเกือบทั่วทั้งสังคมเข้าสู่หรือเป็นส่วนหนึ่งของวงจรแห่งความขัดแย้งนี้

เบื้องหน้าความแตกแยกใหญ่ทั้งสองประการข้างต้น เกิดการต่อสู้และความแตกแยกที่ตามมาอีกมากมายหลายประการ
ความแตกแยกทางภาคใต้นำมาซึ่งการก่อการร้าย การต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดน และความแตกแยกร้าวฉานของประชาชนในพื้นที่ที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

ความแตกแยกระหว่างกลุ่มอำนาจเก่ากับกลุ่มอำนาจใหม่ นำมาซึ่งการบดขยี้ทำลายล้างก่อนการเลือกตั้ง การแบ่งขั้วทางการเมืองในหมู่ประชาชน ตามมาด้วยความแตกแยกทั้งในหมู่ประชาชนและนักการเมืองที่ยังดำเนินต่อไปอีกหลังการเลือกตั้ง และสุดท้ายเมื่อรัฐบาลใหม่ไม่สามารถแก้ไขความแตกแยกขัดแย้งในสังคมรวมทั้งไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอื่นๆ ให้เป็นที่พอใจของผู้มีส่วนได้เสียได้ ภาพการนำรถถังออกมารัฐประหารฉุดกระชากระบอบประชาธิปไตยให้ถอยกลับไปข้างหลังก็จะปรากฏให้เห็นอีกครั้งดังที่ คมช. และ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันไม่เคยให้คำรับรองว่าจะไม่ก่อรัฐประหารอีก

ดูเหมือนคนมองโลกในแง่ร้าย แต่โปรดเชื่อเถอะสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริง!

เกิดขึ้นจริงเหมือนที่เกิดระเบิดและเกิดการฆ่ากันทุกเมื่อเชื่อวันที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้!

เกิดขึ้นจริงเหมือนที่เกิดมาตรการมากมายที่พยายามสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มอำนาจเก่าชนะการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล!

เกิดขึ้นจริงเหมือนที่เกิดความแตกแยกร้าวลึกในสังคมตั้งแต่สมัยทักษิณเรื่อยมายันสมัย คมช. และจวบกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดไป!

เบื้องหน้าความแตกแยกเหล่านี้ ประชาชนจะต้องตั้งสติและไม่นำตนเข้าไปร่วมรับใช้ผลประโยชน์ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

ประชาชนต้องถามตัวเองว่า เรารักชาติและรักประชาธิปไตยหรือไม่?

ถ้ารักชาติ ก็ต้องรักเอกราชอธิปไตยของชาติ ที่ไม่ยอมให้ใครมาแบ่งแยกผืนแผ่นดิน ไม่ยอมให้ต่างชาติมาแทรกแซงบงการ

ถ้ารักประชาธิปไตย ก็ต้องไม่สนับสนุนเผด็จการ ไม่ช่วยทำงานให้พวกเผด็จการ ไม่สนับสนุนคนโกงให้มาปกครองประเทศ และไม่สนับสนุนทหารให้มาฉีกรัฐธรรมนูญ

การเมืองไทยทุกวันนี้ ที่มีแต่ความแตกแยกขัดแย้ง ดูมืดมนไม่มีอนาคต เพราะต่างฝ่ายต่างต่อท่อน้ำเลี้ยงให้กันและกัน ไม่เพียงทักษิณหรือคมช. เท่านั้นที่ต่อท่อน้ำเลี้ยงให้พรรคพวกของตน ประชาชนที่ไปถือหางทั้งสองฝ่ายก็มีส่วนต่อท่อน้ำเลี้ยงให้ทั้งทักษิณและคมช.ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม

ถ้าไม่มีแฟนคลับ ทักษิณจะยังวาดลวดลายได้ถึงขนาดนี้หรือ?

และถ้าไม่มีแฟนคลับ คมช. จะกล้าพูดหรือว่า อนาคตจะปฏิวัติอีกหรือไม่อยู่ที่สถานการณ์?

เบื้องหน้าความแตกแยกทางการเมือง ประชาชนต้องไม่แยกแตกกัน ไม่เป็นแฟนคลับที่คอยต่อท่อน้ำเลี้ยงให้คนพวกนั้นทำลายประชาธิปไตยของบ้านเมือง

เห็นความแตกแยกของบ้านเมืองวันนี้แล้ว คิดถึงเพลง “มือเรียวเกี่ยวรวง” ของ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ที่ว่า

“บนพื้นดินแยกแตก เราไม่แยกแตกกัน กำด้ามเคียวมือเรียวเกี่ยวสัมพันธ์ พลิกพื้นดินถิ่นฐานบ้านเรา”


14 พฤศจิกายน 2550
(ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ “สยามรัฐ” ฉบับวันที่ 15 พฤศจิกายน 2550)



0 Comments:

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

Links to this post:

Create a Link

<< Home