การเมืองแตกแยก เราไม่แยกแตกกัน
ณรงค์ฤทธิ์ ศรีรัตโนภาส
ผู้อำนวยการสำนักที่ปรึกษาร้อยชักสาม
roichaksaam@gmail.com
ถ้าจะมีใครพูดว่า สังคมไทยไม่มีความแตกแยก ใครคนนั้นถ้าไม่โกหก ก็กำลังหลอกตัวเอง!
ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเผชิญความแตกแยกทางความคิดครั้งใหญ่ที่สุดนับจากการสิ้นสุดลงของสงครามแย่งชิงประชาชนระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกับรัฐบาลไทยเมื่อประมาณสองทศวรรษที่ผ่านมา
ความแตกแยกที่ว่านี้ หนึ่งที่เห็นชัดคือ ความแตกแยกที่เกี่ยวพันกับอุดมการทางศาสนาและภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏเป็นวิกฤติไฟใต้ซึ่งยังแก้ไม่ตกอยู่ในปัจจุบัน
อีกหนึ่งที่เห็นชัดไม่แพ้กันคือ ความแตกแยกทางการเมืองระหว่างกลุ่มอำนาจเก่าที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำกับกลุ่มอำนาจใหม่ที่มีพลพรรค คมช. กับพวกจารีตเป็นแกนนำ
การต่อสู้ที่นำมาซึ่งความแตกแยกครั้งใหญ่ในสังคมทุกวันนี้ได้ชักพาประชาชนจำนวนมาก อาจกล่าวได้ว่าเกือบทั่วทั้งสังคมเข้าสู่หรือเป็นส่วนหนึ่งของวงจรแห่งความขัดแย้งนี้
เบื้องหน้าความแตกแยกใหญ่ทั้งสองประการข้างต้น เกิดการต่อสู้และความแตกแยกที่ตามมาอีกมากมายหลายประการ
ความแตกแยกทางภาคใต้นำมาซึ่งการก่อการร้าย การต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดน และความแตกแยกร้าวฉานของประชาชนในพื้นที่ที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
ความแตกแยกระหว่างกลุ่มอำนาจเก่ากับกลุ่มอำนาจใหม่ นำมาซึ่งการบดขยี้ทำลายล้างก่อนการเลือกตั้ง การแบ่งขั้วทางการเมืองในหมู่ประชาชน ตามมาด้วยความแตกแยกทั้งในหมู่ประชาชนและนักการเมืองที่ยังดำเนินต่อไปอีกหลังการเลือกตั้ง และสุดท้ายเมื่อรัฐบาลใหม่ไม่สามารถแก้ไขความแตกแยกขัดแย้งในสังคมรวมทั้งไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอื่นๆ ให้เป็นที่พอใจของผู้มีส่วนได้เสียได้ ภาพการนำรถถังออกมารัฐประหารฉุดกระชากระบอบประชาธิปไตยให้ถอยกลับไปข้างหลังก็จะปรากฏให้เห็นอีกครั้งดังที่ คมช. และ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันไม่เคยให้คำรับรองว่าจะไม่ก่อรัฐประหารอีก
ดูเหมือนคนมองโลกในแง่ร้าย แต่โปรดเชื่อเถอะสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริง!
เกิดขึ้นจริงเหมือนที่เกิดระเบิดและเกิดการฆ่ากันทุกเมื่อเชื่อวันที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้!
เกิดขึ้นจริงเหมือนที่เกิดมาตรการมากมายที่พยายามสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มอำนาจเก่าชนะการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล!
เกิดขึ้นจริงเหมือนที่เกิดความแตกแยกร้าวลึกในสังคมตั้งแต่สมัยทักษิณเรื่อยมายันสมัย คมช. และจวบกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดไป!
เบื้องหน้าความแตกแยกเหล่านี้ ประชาชนจะต้องตั้งสติและไม่นำตนเข้าไปร่วมรับใช้ผลประโยชน์ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ประชาชนต้องถามตัวเองว่า เรารักชาติและรักประชาธิปไตยหรือไม่?
ถ้ารักชาติ ก็ต้องรักเอกราชอธิปไตยของชาติ ที่ไม่ยอมให้ใครมาแบ่งแยกผืนแผ่นดิน ไม่ยอมให้ต่างชาติมาแทรกแซงบงการ
ถ้ารักประชาธิปไตย ก็ต้องไม่สนับสนุนเผด็จการ ไม่ช่วยทำงานให้พวกเผด็จการ ไม่สนับสนุนคนโกงให้มาปกครองประเทศ และไม่สนับสนุนทหารให้มาฉีกรัฐธรรมนูญ
การเมืองไทยทุกวันนี้ ที่มีแต่ความแตกแยกขัดแย้ง ดูมืดมนไม่มีอนาคต เพราะต่างฝ่ายต่างต่อท่อน้ำเลี้ยงให้กันและกัน ไม่เพียงทักษิณหรือคมช. เท่านั้นที่ต่อท่อน้ำเลี้ยงให้พรรคพวกของตน ประชาชนที่ไปถือหางทั้งสองฝ่ายก็มีส่วนต่อท่อน้ำเลี้ยงให้ทั้งทักษิณและคมช.ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม
ถ้าไม่มีแฟนคลับ ทักษิณจะยังวาดลวดลายได้ถึงขนาดนี้หรือ?
และถ้าไม่มีแฟนคลับ คมช. จะกล้าพูดหรือว่า อนาคตจะปฏิวัติอีกหรือไม่อยู่ที่สถานการณ์?
เบื้องหน้าความแตกแยกทางการเมือง ประชาชนต้องไม่แยกแตกกัน ไม่เป็นแฟนคลับที่คอยต่อท่อน้ำเลี้ยงให้คนพวกนั้นทำลายประชาธิปไตยของบ้านเมือง
เห็นความแตกแยกของบ้านเมืองวันนี้แล้ว คิดถึงเพลง “มือเรียวเกี่ยวรวง” ของ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ที่ว่า
“บนพื้นดินแยกแตก เราไม่แยกแตกกัน กำด้ามเคียวมือเรียวเกี่ยวสัมพันธ์ พลิกพื้นดินถิ่นฐานบ้านเรา”
ผู้อำนวยการสำนักที่ปรึกษาร้อยชักสาม
roichaksaam@gmail.com
ถ้าจะมีใครพูดว่า สังคมไทยไม่มีความแตกแยก ใครคนนั้นถ้าไม่โกหก ก็กำลังหลอกตัวเอง!
ปัจจุบันสังคมไทยกำลังเผชิญความแตกแยกทางความคิดครั้งใหญ่ที่สุดนับจากการสิ้นสุดลงของสงครามแย่งชิงประชาชนระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกับรัฐบาลไทยเมื่อประมาณสองทศวรรษที่ผ่านมา
ความแตกแยกที่ว่านี้ หนึ่งที่เห็นชัดคือ ความแตกแยกที่เกี่ยวพันกับอุดมการทางศาสนาและภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏเป็นวิกฤติไฟใต้ซึ่งยังแก้ไม่ตกอยู่ในปัจจุบัน
อีกหนึ่งที่เห็นชัดไม่แพ้กันคือ ความแตกแยกทางการเมืองระหว่างกลุ่มอำนาจเก่าที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำกับกลุ่มอำนาจใหม่ที่มีพลพรรค คมช. กับพวกจารีตเป็นแกนนำ
การต่อสู้ที่นำมาซึ่งความแตกแยกครั้งใหญ่ในสังคมทุกวันนี้ได้ชักพาประชาชนจำนวนมาก อาจกล่าวได้ว่าเกือบทั่วทั้งสังคมเข้าสู่หรือเป็นส่วนหนึ่งของวงจรแห่งความขัดแย้งนี้
เบื้องหน้าความแตกแยกใหญ่ทั้งสองประการข้างต้น เกิดการต่อสู้และความแตกแยกที่ตามมาอีกมากมายหลายประการ
ความแตกแยกทางภาคใต้นำมาซึ่งการก่อการร้าย การต่อสู้เพื่อแบ่งแยกดินแดน และความแตกแยกร้าวฉานของประชาชนในพื้นที่ที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
ความแตกแยกระหว่างกลุ่มอำนาจเก่ากับกลุ่มอำนาจใหม่ นำมาซึ่งการบดขยี้ทำลายล้างก่อนการเลือกตั้ง การแบ่งขั้วทางการเมืองในหมู่ประชาชน ตามมาด้วยความแตกแยกทั้งในหมู่ประชาชนและนักการเมืองที่ยังดำเนินต่อไปอีกหลังการเลือกตั้ง และสุดท้ายเมื่อรัฐบาลใหม่ไม่สามารถแก้ไขความแตกแยกขัดแย้งในสังคมรวมทั้งไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอื่นๆ ให้เป็นที่พอใจของผู้มีส่วนได้เสียได้ ภาพการนำรถถังออกมารัฐประหารฉุดกระชากระบอบประชาธิปไตยให้ถอยกลับไปข้างหลังก็จะปรากฏให้เห็นอีกครั้งดังที่ คมช. และ ผบ.ทบ.คนปัจจุบันไม่เคยให้คำรับรองว่าจะไม่ก่อรัฐประหารอีก
ดูเหมือนคนมองโลกในแง่ร้าย แต่โปรดเชื่อเถอะสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นจริง!
เกิดขึ้นจริงเหมือนที่เกิดระเบิดและเกิดการฆ่ากันทุกเมื่อเชื่อวันที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้!
เกิดขึ้นจริงเหมือนที่เกิดมาตรการมากมายที่พยายามสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มอำนาจเก่าชนะการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาล!
เกิดขึ้นจริงเหมือนที่เกิดความแตกแยกร้าวลึกในสังคมตั้งแต่สมัยทักษิณเรื่อยมายันสมัย คมช. และจวบกระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดไป!
เบื้องหน้าความแตกแยกเหล่านี้ ประชาชนจะต้องตั้งสติและไม่นำตนเข้าไปร่วมรับใช้ผลประโยชน์ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ประชาชนต้องถามตัวเองว่า เรารักชาติและรักประชาธิปไตยหรือไม่?
ถ้ารักชาติ ก็ต้องรักเอกราชอธิปไตยของชาติ ที่ไม่ยอมให้ใครมาแบ่งแยกผืนแผ่นดิน ไม่ยอมให้ต่างชาติมาแทรกแซงบงการ
ถ้ารักประชาธิปไตย ก็ต้องไม่สนับสนุนเผด็จการ ไม่ช่วยทำงานให้พวกเผด็จการ ไม่สนับสนุนคนโกงให้มาปกครองประเทศ และไม่สนับสนุนทหารให้มาฉีกรัฐธรรมนูญ
การเมืองไทยทุกวันนี้ ที่มีแต่ความแตกแยกขัดแย้ง ดูมืดมนไม่มีอนาคต เพราะต่างฝ่ายต่างต่อท่อน้ำเลี้ยงให้กันและกัน ไม่เพียงทักษิณหรือคมช. เท่านั้นที่ต่อท่อน้ำเลี้ยงให้พรรคพวกของตน ประชาชนที่ไปถือหางทั้งสองฝ่ายก็มีส่วนต่อท่อน้ำเลี้ยงให้ทั้งทักษิณและคมช.ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม
ถ้าไม่มีแฟนคลับ ทักษิณจะยังวาดลวดลายได้ถึงขนาดนี้หรือ?
และถ้าไม่มีแฟนคลับ คมช. จะกล้าพูดหรือว่า อนาคตจะปฏิวัติอีกหรือไม่อยู่ที่สถานการณ์?
เบื้องหน้าความแตกแยกทางการเมือง ประชาชนต้องไม่แยกแตกกัน ไม่เป็นแฟนคลับที่คอยต่อท่อน้ำเลี้ยงให้คนพวกนั้นทำลายประชาธิปไตยของบ้านเมือง
เห็นความแตกแยกของบ้านเมืองวันนี้แล้ว คิดถึงเพลง “มือเรียวเกี่ยวรวง” ของ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ที่ว่า
“บนพื้นดินแยกแตก เราไม่แยกแตกกัน กำด้ามเคียวมือเรียวเกี่ยวสัมพันธ์ พลิกพื้นดินถิ่นฐานบ้านเรา”
14 พฤศจิกายน 2550
(ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ “สยามรัฐ” ฉบับวันที่ 15 พฤศจิกายน 2550)


0 Comments:
Post a Comment
Subscribe to Post Comments [Atom]
Links to this post:
Create a Link
<< Home