Ratchadamnoen Avenue
ราชดำเนิน อเวนิว

www.suan84.com

Monday, 15 October 2007

การเมืองแบบซักส้าว

ณรงค์ฤทธิ์ ศรีรัตโนภาส
ผู้อำนวยการสำนักที่ปรึกษาร้อยชักสาม
roichaksaam@gmail.com

ซักส้าวเป็นการละเล่นของเด็กไทยสมัยโบราณ ผู้เล่นยืนหันหน้าเข้าหากัน ยื่นมือทั้งสองยึดกัน แล้วโยกแขนไปมา พร้อมทั้งร้องเพลง




การเมืองไทยวันนี้เหมือนการเล่นซักส้าว!

นอกจากเป็นการเมืองแบบเด็กเล่น คือประชาธิปไตยยังคงเตาะแตะเยาว์วัยไม่เติบใหญ่เสียที และนอกจากมือใครยาวสาวได้สาวเอา มือใครสั้นเอาเถาวัลย์ต่อเข้าแล้ว อำมาตยาธิปไตย หรือขุนนางแบบตัวจริงเสียงจริงยังมาเล่นเองอีกด้วย แต่จะเล่นให้ตัวเองหรือเล่นให้ใครนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

การลงเล่นการเมืองเองระยะหลังของขุนนางเห็นได้ชัดจากบทบาทขุนนางฝ่ายตุลาการที่ถูกขอร้องให้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาทางการเมืองในช่วงปลายรัฐบาลพตท.ทักษิณ ชินวัตร ตัวแทนทุนนิยมผูกขาดที่บังอาจแหงนหน้าขึ้นฟ้าเอาตาดูดาว ตามมาด้วยการโค่นล้มรัฐบาลทักษิณโดยการรัฐประหารของขุนนางฝ่ายทหาร และการร่างรัฐธรรมนูญที่เอื้ออำนาจให้แก่พวกขุนน้ำขุนนาง ปิดท้ายด้วยการเข้ามานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีคุมทั้งกลาโหมและมหาดไทยที่มีผลไม่มากก็น้อยต่อกระบวนการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นของอดีตขุนนางใหญ่ฝ่ายทหารที่นำการรัฐประหารล้มรัฐบาลทักษิณ ด้วยเหตุนี้ การเมืองหลังการเลือกตั้งจะเป็นประชาธิปไตยได้แค่ไหนคงเดาได้ไม่ยาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคุณภาพของตัวแสดงในเวทีการเลือกตั้งปลายปีนี้ที่ประชาชนเห็นหน้าแล้วก็แทบไม่อยากอ่านนโยบาย เพราะนอกจากพฤติกรรมการรวมตัวแยกตัวก่อนการเลือกตั้งโดยใช้ผลประโยชน์ของตนเองเป็นฐานการตัดสินใจมากกว่าอุดมการณ์ทางการเมืองแล้ว นโยบายที่พรรคการเมืองต่างๆ หาเสียงแต่ละครั้งก็แทบไม่เคยทำอะไรได้จริงจังตามสัญญาเลยสักครั้งที่ผ่านมา อนาคตของการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งครั้งนี้จึงออกจะดูมืดมนและน่าหดหู่อยู่ไม่น้อย

หันมาดูการเมืองภาคประชาชน

ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนเดือนตุลา คนเดือนพฤษภา หรือคนเดือนไหน ล้วนมีคนดีมีฝีมือและมีเจตนารมณ์ที่ดีต่อชาติบ้านเมืองไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เพียงแต่ว่าภาคประชาชนยังมีจุดอ่อนด้านวุฒิภาวะทางการเมือง (Maturity)ด้วยเหตุนี้จึงรวมตัวกันไม่ค่อยได้และบ่อยครั้งทะเลาะกันเองมากกว่าที่จะสามัคคีกันไปต่อสู้หรือบรรลุจุดมุ่งหมายที่ร่วมกัน การจัดงานรำลึก 6 ตุลา หรือ 14 ตุลา รวมทั้งงานที่คล้ายคลึงกันทำนองนี้ในระยะหลังอีกหลายงานคือหลักฐานส่วนหนึ่งที่ยืนยันความจริงข้อนี้

อย่างไรก็ดี หากเรายังเชื่อว่าการเมืองและนักการเมืองจะมีคุณภาพ ประชาชนต้องมีคุณภาพก่อนแล้ว ภาคประชาชนจะต้องสนใจพัฒนาคุณภาพของตนและองค์กรของตนอย่างจริงจัง

เพราะความหวังต่อการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของการเมืองไทยนั้น เริ่มที่การเมืองนอกรัฐสภามากกว่าที่การเมืองในรัฐสภา

และภารกิจสำคัญประการหนึ่งของการเมืองภาคประชาชนนอกรัฐสภาอย่างประเทศไทยเรานี้ ก็คือการจัดตั้งและให้การศึกษาทางการเมืองที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างอดทน ต่อเนื่อง และยาวนาน ให้ประชาชนมีความเข้าใจและความหนักแน่นมั่นคง มิใช่มีเพียงแค่อารมณ์ที่พร้อมจะปลิวไหวกระจัดกระจายเหมือนกองทรายที่ต้องลม

และที่สำคัญการเมืองภาคประชาชนต้องไม่มีพฤติกรรมที่ทำให้ใครนำไปครหานินทาได้ว่าเข้าไปแอบแฝงตักตวงผลประโยชน์โดยใช้ประชาชนบังหน้า มิเช่นนั้นการเมืองภาคประชาชนที่คนควรฝากความหวังจะกลายเป็นการเมืองแบบซักส้าวที่มีบทร้องประกอบอีกบทหนึ่งว่า



15 ตุลาคม 2550
(ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ “สยามรัฐ” ฉบับวันที่ 16 ตุลาคม 2550)



0 Comments:

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

Links to this post:

Create a Link

<< Home