Ratchadamnoen Avenue
ราชดำเนิน อเวนิว

www.suan84.com

Monday, 17 September 2007

โฉมควรจักฝากฟ้า ฤๅดิน ดีฤๅ

ณรงค์ฤทธิ์ ศรีรัตโนภาส
ผู้อำนวยการสำนักที่ปรึกษาร้อยชักสาม
roichaksaam@gmail.com

นายนรินทร์ธิเบศร์ (อิน) มหาดเล็กในกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ ได้แต่งนิราศเมื่อคราวตามเสด็จกรมพระราชวังบวรฯ ไปรับทัพพม่าที่ยกมาตีเมืองถลางและชุมพรเมื่อพศ. 2352 หรือราวต้นสมัยรัชกาลที่ 2 ซี่งต่อมารู้จักกันดีในชื่อ “นิราศนรินทร์” อันถือเป็นนิราศชั้นครูที่มีความงดงามเชิงภาษาเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์วรรณคดีไทย ความตอนหนึ่งของนิราศมีว่า


ถ้อยคำออดอ้อนรำพึงรำพันของนายนรินทร์ธิเบศร์ที่ต้องจากนางอันเป็นที่รัก และคิดไม่ตกว่าจะฝากนางไว้กับใครดี จะแขวนนางไว้กับกิ่งฟ้า ก็ไม่มีกิ่งฟ้ายื่นลงมาให้แขวน จะฝากฟ้าฝากดินหรือ ก็เกรงว่าผู้เป็นใหญ่แห่งฟ้าและดินจะลักลอบมากล้ำกราย ครั้นจะฝากลม ก็เกรงลมจะพัดพาลอยขึ้นบนไปทำให้เนื้อตัวของนางอันแสนหวงสุดหวงถูกโลมไล้ชอกช้ำด้วยแรงลม ครั้นจะฝากนางไว้กับพระอุมาและพระลักษมีเล่า ก็เกรงว่าหากความทราบถึงพระอิศวรกับพระวิษณุ นางก็ต้องถูกพระอิศวรกับพระวิษณุเข้ามาเกลือกใกล้ สุดท้ายผู้ประพันธ์สรุปว่า ตนได้คิดทบทวนทั่วทั้งสามโลกแล้วเห็นว่า ควรฝากนางอันเป็นที่รักไว้กับใจของนางเองจะดีกว่าฝากไว้กับใครทั้งปวง

ที่นำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง เพราะฤดูกาลฝากความหวังกำลังมาเยือนอีกครั้งหนึ่ง!

มาเยือนเหมือนเมื่อหกปีที่แล้วที่ประชาชนจำนวนมากเคยฝากความหวังไว้กับพรรคไทยรักไทยและดร.ทักษิณ!

มาเยือนเหมือนเมื่อหนึ่งปีที่แล้วที่ประชาชนจำนวนมากเคยฝากความหวังไว้กับกลุ่มทหารที่เข้ามายึดอำนาจการปกครองไปจากรัฐบาลดร.ทักษิณ!

และมาเยือนในวันเวลานี้ที่นักเลือกตั้งจำนวนมากกำลังบอกให้ประชาชนฝากความหวังไว้กับการเลือกตั้ง ไว้กับพวกเขาและผู้นำที่พวกเขาหามา!

โฉมควรจักฝากฟ้า ฤๅดิน ดีฤๅ??

เมื่อหกปีที่แล้ว ความหวังเคยฝากไว้กับพรรคไทยรักไทยและดร.ทักษิณ ตามทฤษฎีที่ว่า “ทุนใหม่ดีกว่าทุนเก่า” เอย, “ทุนใหม่เป็นตัวแทนพลังการผลิตที่ก้าวหน้ากว่าทุนเก่า” เอย กระทั่ง “ทักษิณให้โอกาสฝ่ายก้าวหน้ามากกว่าพวกศักดินา” เอย แต่แล้วในที่สุดพวกที่เคยฝากความหวังไว้กับพรรคไทยรักไทยและดร.ทักษิณส่วนหนึ่งก็กลับต้องออกมาเดินขบวนขับไล่ดร.ทักษิณเสียเอง บางคนในนั้นถึงกับส่งเทียบเชิญให้ทหารมาช่วยยึดอำนาจด้วยซ้ำ ส่วนพวก “ฝ่ายก้าวหน้า” ที่ยังทำงานให้ดร.ทักษิณ ก็ไม่ต่างอะไรกับลูกจ้างที่ทำงานให้เจ้าของบริษัท จะสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ กระทั่งให้ไปเป็นลูกน้องของคนที่อุดมการทางการเมืองตรงข้ามกับตนและเคยต่อสู้เป็นศัตรูกันอย่างเอาเป็นเอาตายมาแล้วก็ต้องยอม

เมื่อหนึ่งปีที่แล้ว เคยฝากความหวังไว้กับคณะรัฐประหาร เคยหวังว่าแม้ประชาธิปไตยไทยจะถอยหลังเข้าคลองไปหลายปี ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ระบอบทักษิณครองเมือง แต่หนึ่งปีผ่านไป สิ่งที่ได้มากับสิ่งที่เสียไปคุ้มกันหรือไม่ ปัญหาของประชาชนจริงๆ ได้รับการแก้ไขอะไรบ้างจากการรัฐประหาร ทุกคนมีคำตอบให้กับตัวเองแล้ว

มาวันนี้ การเลือกตั้งปลายปีที่หลายคนพยายามทำให้เห็นว่าเป็นความหวังของประเทศชาติและประชาชน จะหวังได้เพียงไรเมื่อแนวทางนโยบายการบริหารประเทศชาติและการแก้ไขปัญหาประชาชน แทบไม่มีพรรคหรือกลุ่มการเมืองไหนเสนอออกมาเลยนอกจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ก็ไม่มีเนื้อหาอะไรแปลกใหม่พอให้สังคมมีความคาดหวัง นักการเมืองไทยยังคงแสดงละครเก่าๆ ที่ซ้ำซากน่าเบื่อด้วยการรวมตัวกันเป็นกลุ่มๆ บนพื้นฐานการต่อรองผลประโยชน์ของกลุ่มและจำนวนสส. ที่คาดว่าจะมีอยู่ในมือ การรวมตัวกันของกลุ่มโน้น แยกตัวกันของกลุ่มนี้ไม่เคยมีเหตุผลที่เกี่ยวกับแนวทางนโยบายหรืออุดมการทางการเมืองมากไปกว่าผลประโยชน์และความเป็นไปได้ที่จะได้จัดตั้งหรือร่วมรัฐบาล

แล้วประชาชนจะไปฝากความหวังอะไรไว้กับการเลือกตั้งที่มีนักการเมืองแบบนี้?

ความจริงแล้วจะโทษนักการเมืองทั้งหมดก็ไม่ถูก เพราะคุณภาพของการเมืองและคุณภาพของนักการเมือง แยกไม่ออกจากคุณภาพ
ของประชาชนที่เลือกนักการเมืองเหล่านั้นเข้ามา

ถ้าอยากให้การเมืองมีคุณภาพและนักการเมืองมีคุณภาพ ประชาชนต้องมีคุณภาพก่อน

และปัญหาของประเทศชาติและประชาชน ถ้าจะฝากความหวังก็ต้องฝากไว้กับตัวประชาชนนั่นแหละ ฝากไว้กับการพัฒนาคุณภาพของประชาชน ไม่ใช่ไปฝากไว้กับใครที่ไหน เมื่อประชาชนไทยได้รับการพัฒนาทั้งทางความคิดและจิตสำนึกเยี่ยงประชากรในประชาคมที่ระบอบประชาธิปไตยพัฒนามั่นคงแล้ว พวกเขาก็จะสร้างสังคมประชาธิปไตยที่ไม่มีที่สำหรับการเมืองและนักการเมืองด้อยคุณภาพอย่างที่เป็นอยู่ในวันนี้

17 กันยายน 2550
(ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ “สยามรัฐ” ฉบับวันที่ 18 กันยายน 2550)



0 Comments:

Post a Comment

Subscribe to Post Comments [Atom]

Links to this post:

Create a Link

<< Home